คลังเก็บหมวดหมู่: ฟิลเลอร์ใต้ตา

ฟิลเลอร์ใต้ตา ต้องใช้กี่ CC ถึงจะเห็นผล? เจาะลึกทุกเรื่องก่อนตัดสินใจฉีด

ปัญหาใต้ตาคล้ำ ใต้ตาลึก หรือร่องน้ำตาชัด เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ใบหน้าดูโทรม อ่อนล้า และมีอายุเกินจริง หลายคนจึงมองหาทางออกที่เห็นผลไวอย่าง ฟิลเลอร์ใต้ตา ซึ่งเป็นหัตถการยอดนิยมที่ช่วยแก้ไขปัญหาใต้ตาได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องผ่าตัด

คำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ “ต้องใช้กี่ CC ถึงจะเห็นผล?” บทความนี้จะอธิบายอย่างละเอียด ทั้งปริมาณที่เหมาะสม ปัจจัยที่มีผลต่อการใช้ฟิลเลอร์ เทคนิคการฉีด และข้อควรรู้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและคุ้มค่า


ฟิลเลอร์ใต้ตาคืออะไร? ทำงานอย่างไร

ฟิลเลอร์ใต้ตา คือการฉีดสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA) เข้าไปบริเวณร่องใต้ตา เพื่อเติมเต็มร่องลึก ปรับผิวให้เรียบเนียน และช่วยลดเงาดำที่เกิดจากความลึกของผิว

หลักการทำงานของฟิลเลอร์

  • เติมเต็มร่องลึกใต้ตา (Tear Trough)
  • ช่วยสะท้อนแสง ทำให้ใต้ตาดูสว่างขึ้น
  • เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวบริเวณรอบดวงตา
  • ทำให้ใบหน้าดูสดใส อ่อนเยาว์ขึ้นทันทีหลังทำ

จุดเด่นของ ฟิลเลอร์ใต้ตา คือเห็นผลทันทีหลังฉีด และสามารถปรับแต่งรูปหน้าได้อย่างละเอียดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ


ฟิลเลอร์ใต้ตา ต้องใช้กี่ CC ถึงจะเห็นผล?

โดยทั่วไป ปริมาณที่ใช้จะอยู่ที่ 1–2 CC ขึ้นอยู่กับระดับความลึกของร่องใต้ตา และโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล

กรณีใช้ 1 CC

  • เหมาะกับผู้ที่มีร่องใต้ตาเล็กน้อย
  • ต้องการปรับลุคให้ดูสดใสขึ้นแบบธรรมชาติ
  • เป็นการเริ่มต้นฉีดครั้งแรก

ในหลายกรณี การใช้เพียง 1 CC ของ ฟิลเลอร์ใต้ตา ก็สามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจน โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาไม่มาก

กรณีใช้ 2 CC

  • มีร่องใต้ตาลึกชัด
  • มีปัญหาใต้ตาคล้ำจากเงาลึก
  • ต้องการผลลัพธ์ที่เต็มและชัดเจนมากขึ้น

แพทย์อาจแบ่งฉีดข้างละ 1 CC เพื่อให้ได้ความสมดุล และลดความเสี่ยงต่อการบวมเกินไป


ปัจจัยที่มีผลต่อจำนวน CC ที่ต้องใช้

1. ความลึกของร่องใต้ตา

หากร่องลึกมาก ย่อมต้องใช้ปริมาณมากขึ้น เพื่อให้การเติมเต็มดูเรียบเนียน

2. โครงสร้างกระดูกใบหน้า

บางคนมีเบ้าตาลึกตามธรรมชาติ จึงอาจต้องใช้ปริมาณมากกว่าปกติ

3. อายุและสภาพผิว

เมื่ออายุมากขึ้น ผิวจะสูญเสียคอลลาเจน ทำให้ต้องใช้ ฟิลเลอร์ใต้ตา มากขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม

4. เทคนิคของแพทย์

แพทย์ที่มีประสบการณ์สามารถใช้ปริมาณน้อยแต่ได้ผลลัพธ์ดี เพราะวางตำแหน่งได้แม่นยำ


ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา 1 CC เห็นผลแค่ไหน?

หลายคนกังวลว่า 1 CC จะพอหรือไม่ คำตอบคือ “พอ” สำหรับผู้ที่มีปัญหาไม่มาก โดยจะเห็นผลดังนี้:

  • ร่องใต้ตาดูตื้นขึ้น
  • ใต้ตาสว่างขึ้นจากการลดเงาลึก
  • ใบหน้าดูสดใส ไม่โทรม

อย่างไรก็ตาม หากต้องการผลลัพธ์ที่ชัดขึ้น อาจต้องเติมเพิ่มภายหลัง 2–4 สัปดาห์


ฟิลเลอร์ใต้ตา อยู่ได้นานแค่ไหน?

โดยเฉลี่ย ฟิลเลอร์ใต้ตา อยู่ได้ประมาณ 9–18 เดือน ขึ้นอยู่กับ:

  • ยี่ห้อและรุ่นของฟิลเลอร์
  • การดูแลตัวเองหลังฉีด
  • ระบบเผาผลาญของแต่ละคน

หากดูแลดี เช่น หลีกเลี่ยงความร้อนจัด งดแอลกอฮอล์ช่วงแรก ผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นานขึ้น


อาการหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

อาการปกติที่พบได้

  • บวมเล็กน้อย 2–3 วัน
  • รอยเข็มจาง ๆ
  • ตึงบริเวณที่ฉีด

อาการเหล่านี้จะค่อย ๆ ดีขึ้นเอง หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดรุนแรง หรือผิวซีด ควรรีบพบแพทย์ทันที


ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

  • ไม่ต้องผ่าตัด
  • เห็นผลทันที
  • ใช้เวลาทำไม่นาน ประมาณ 20–30 นาที
  • สามารถแก้ไขหรือสลายได้หากไม่พอใจ

นี่จึงเป็นเหตุผลที่หลายคนเลือก ฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นทางเลือกอันดับต้น ๆ ในการแก้ปัญหาใต้ตา


คำแนะนำก่อนตัดสินใจฉีด

เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน

ควรตรวจสอบใบอนุญาต และเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านการฉีดใต้ตาโดยเฉพาะ

ใช้ฟิลเลอร์ของแท้เท่านั้น

ขอดูกล่องและเลขล็อตผลิตภัณฑ์ทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัย

ประเมินใบหน้าก่อนฉีด

แพทย์ควรประเมินโครงสร้างใบหน้า เพื่อวางแผนปริมาณ CC อย่างเหมาะสม


สรุป: ฟิลเลอร์ใต้ตา กี่ CC ถึงเหมาะกับคุณ?

โดยทั่วไป การฉีด ฟิลเลอร์ใต้ตา จะใช้ประมาณ 1–2 CC จึงจะเห็นผลชัดเจน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัญหาและโครงสร้างใบหน้าแต่ละคน

ผู้ที่มีปัญหาเล็กน้อยสามารถเริ่มต้นที่ 1 CC และประเมินผลหลังทำ หากต้องการความเต็มมากขึ้น สามารถเติมเพิ่มได้ในภายหลัง

สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่จำนวน CC แต่คือความชำนาญของแพทย์และการเลือกใช้ฟิลเลอร์คุณภาพดี เพราะบริเวณใต้ตาเป็นจุดที่บอบบางและต้องใช้ความละเอียดสูง

หากคุณกำลังพิจารณาทำ ฟิลเลอร์ใต้ตา ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินแบบเฉพาะบุคคล จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัย สวยงาม และคุ้มค่ากับการลงทุนมากที่สุด